แกงเขียวหวานเนื้อ

แกงเขียวหวาน เป็นอาหารไทยประเภทแกง ประกอบด้วยเนื้อ ปลา ไก่ หรือหมู และผัก ปรุงรสด้วยกะทิ มะเขือ น้ำตาล น้ำปลา ใบมะกรูด และใบโหระพา นิยมรับประทานกับข้าวสวยหรือขนมจีน วันนี้ขอเสนอแกงเขียวหวานเนื้อไว้ทำทานที่บ้านกันนะคะ มาเริ่มกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบและเครื่องปรุงแกงเขียวหวานเนื้อ

  1. เนื้อวัวส่วนสันใน 400 กรัม
  2. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  3. กะทิ 2 1/2 ถ้วย
  4. ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
  5. น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนชา
  7. มะเขือเปราะผ่าสี่ 5 ลูก
  8. ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  9. พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ 2-3 เม็ด
  10. น้ำพริกแกงเขียวหวาน
  11. ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  12. ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา
  13. พริกไทยเม็ด 5 เม็ด
  14. พริกขี้หนูสีเขียวเม็ดใหญ่ 15 เม็ด
  15. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  16. ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
  17. ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  18. ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา
  19. รากผักชีหั่น 1 ช้อนชา
  20. กระเทียม 9 กลีบ กะปิ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนและวิธีทําแกงเขียวหวานเนื้อ

1. โขลกลูกผักชี ยี่หร่า และพริกไทย เข้าด้วยกัน ให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยไว้ ตั้งพักไว้
2. จากนั้นโขลกพริกขี้หนูสีเขียวกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และรากผักชี โขลกพอละเอียด ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่โขลกและกะปิ โขลกให้เข้ากัน (สามารถใช้โถปั่นปั่นพริกแกงเขียวหวานได้เลยนะคะถ้ามี หรือสามารถใช้พริกแกงเขียวหวานแบบสำเร็จรูปตามท้องตลาดได้ค่ะ ตามความสะดวก)
3. ล้างเนื้อให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางขนาดประมาณ 3 ซม.
4. ผัดน้ำพริกแกงเขียวหวานกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนหอม จากนั้นลดเป็นไฟอ่อน ใส่กะทิทีละน้อย ผัดจนแตกมันสีเขียวลอยหน้า ใส่จนหมดกะทิ 1 1/2 ถ้วย
5. ใส่เนื้อกับใบมะกรูด ผัดกับน้ำพริกแกงเขียวหวานในขั้นตอนที่ 4 นานประมาณ 3 นาทีพอสุกและมีกลิ่นหอม
6. แล้วจึงตักใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือดใส่กะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล
7. พอเดือดอีกครั้งใส่มะเขือเปราะ พอมะเขือสุกใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าสีแดง ปิดไฟ
8. ตักแกงใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ เสิร์ฟ พร้อมข้าวสวยร้อนๆ ขนมจีน หรือโรตีกรอบก็อร่อย พร้อมรับประทานค่ะ

 

Tags: , , , , , , ,

ติดตามข่าวสารจากเรา

สามารถติดตามข่าวสารใหม่จากเรา ตามช่องทางต่างๆด้านล่าง

ความคิดเห็น

Loading Facebook Comments ...
Loading Disqus Comments ...